สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยจะมีการปรับลดพนักงาน ลงถึง 35,000 ทั่วโลก และ ปรับลดจำนวนสาขาในสหรัฐลงถึง 1 ใน 3 พร้อมควบรวมธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเข้ากับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งอีกด้วย หลังจากผลประกอบการในปี 2019 กำไรประจำปี ร่วงลง 33% เทียบกับที่เคยทำกำไรได้ 1.98 หมื่นล้านดอลลาร์

มาอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ประเมินกันไว้ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ผ่านมาโนเอล ควิน รักษาการณ์ซีอีโอของบริษัท ประกาศว่า “จากแผนการปรับโครงสร้างบริษัท จะส่งผลให้เกิดการปรับลดจำนวนพนักงานทั้งหมดลดลงจาก 235,000 ตำแหน่ง เป็น 200,000 ตำแหน่ง ภายใน 3 ปีหน้า” ทั้งนี้ HSBC พยายามลดค่าใช้จ่ายมานาน ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ การถอนตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ และล่าสุดคือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน โดย HSBC มีเป้าหมายลดต้นทุนให้ได้ 4,500 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2022 ด้วยค่าใช้ค่ายในการปรับโครงสร้างจะอยู่ราวๆ 6,000 ล้านดอลลาร์