“เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” รายงานว่านายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ มีความสัมพันธ์กับซีไอเอในฐานะ “ผู้ให้ข้อมูล”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยอ้างจากรายงานของหนังสือพิมพ์ “เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” ฉบับวันจันทร์ ซึ่งสัมภาษณ์ “บุคคลซึ่งมีความรู้ในเรื่องราวนั้น” ว่านายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารด้วยอาวุธเคมี “วีเอ็กซ์” ที่มาเลเซีย เมื่อเดือนก.พ. 2560 นั้น “เป็นสายข่าว” ให้กับสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ ( ซีไอเอ )
  
รายงานของเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุด้วยว่า แม้อดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลวอชิงตันหลายคนเชื่อว่านายคิม จอง-นัม ซึ่งอาศัยอยู่นอกเกาหลีเหนือมานานหลายปีแล้ว และไม่ปรากฏเบาะแสว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอำนาจใดในรัฐบาลเปียงยาง จึงเป็นไปได้ยากมากที่ชายผู้นี้จะทราบความเคลื่อนไหวที่สำคัญภายในเกาหลีเหนือ แต่ซีไอเอ “มีวิธีการติดต่อ” กับนายคิม จอง-นัม และเขื่อว่าอีกฝ่ายยังคงสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของบางประเทศได้ รวมถึงจีน ด้านซีไอเอปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อครหาของเกาหลีใต้และประเทศตะวันตกอีกหลายแห่งมาตลอด ว่าเป็นผู้บงการลอบสังหารพี่ชายต่างมารดาของท่านผู้นำ ขณที่มาเลเซียทยอยปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ซึ่งมีเพียง 2 คนและเป็นหญิงสาวทั้งคู่ เป็นชาวอินโดนีเซียและชาวเวียดนาม เมื่อเดือนมี.ค. และพ.ค. ที่ผ่านมาตามลำดับ

ในวันเดียวกัน สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เรียกร้องครั้งใหม่ให้สหรัฐยุติการใช้นโยบาย “ที่ก้าวร้าวและไม่เป็นมิตร” ต่อทั้งเกาหลีเหนือและข้อตกลงที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ลงนามร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการประชุมที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐและผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือพบกันอย่างเป็นทางการ โดยที่ทั้งคู่ยังคงอยู่ในตำแหน่ง แม้การประชุมครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา “ล้มเหลว” และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศสาดโคลนกันไปมา แต่ทรัมป์กล่าวว่าเขายังหวังจะมีโอกาสพบกับผู้นำเกาหลีเหนือเป็นครั้งที่ 3.