นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ตำหนิจีน “ไม่เคารพ” สิทธิ์ทางการทูตของ 1 ใน 2 พลเมืองแคนาดาซึ่งถูกจับกุมเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ในเวลาเดียวกับที่ทางการโปแลนด์ควบคุมต่อพลเมืองจีนซึ่งทำงานให้กับบริษัทหัวเว่ย ฐานต้องสงสัยจารกรรมข้อมูล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าจีนได้ปฏิบัติต่อพลเมืองแคนาดา 2 คน ซึ่งถูกจับกุมตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว  “อย่างเลวร้าย” คือนายไมเคิล คอฟริก และนายไมเคิล สเปวอร์ โดยเฉพาะกับคอฟริกซึ่งแม้ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือให้กับอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ( ไอซีจี ) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ แต่ยังถือว่า “มีสิทธิ์คุ้มกันทางการทูต” เนื่องจากการทำงานให้กับองค์กรดังกล่าวเป็นการ “ลาโดยไม่รับเงินเดือน” จากกระทรวงการต่างประเทศแคนาดา
 
ทั้งนี้ ทรูโดถือเป็นคนแรกที่ยกประเด็นเรื่องสิทธิ์คุ้มกันทางการทูตของคอฟริก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลออตตาวาไม่เคยกล่าวถึงประเด็นสิทธิ์คุ้มกันทางการทูตของคอฟริกมาก่อน แต่ให้ข้อมูลเพียงว่าเจ้าตัว “เป็นอดีตนักการทูต” อย่างไรก็ตาม ผู้นำแคนาดาไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าแล้วคอฟริกยังคงมีคุณสมบัติเข้าข่ายการได้รับการปกป้องโดยใช้สิทธิ์นี้อย่างไร

ขณะเดียวกัน ทรูโดกล่าวถึงกรณีของน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ยซึ่งเป็นบุตรสาวของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งด้วย ว่าแคนาดาปฏิบัติกับเธอตามหลักนิติธรรมทุกประการ โดยการจับกุมเธอเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมาเป็นไปตามหมายจับของสหรัฐในคดีละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน และตอนนี้เธอได้รับการประกันตัวเพื่อรอขึ้นศาลที่เมืองแวนคูเวอร์ในวันที่ 6 ก.พ. นี้ ซึ่งคำกล่าวของทรูโดถือเป็นการตอบโต้นายลู่ ชาเย่ เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงออตตาวา ซึ่งกล่าวว่าแคนาดา “สองมาตรฐาน”

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวกรองแห่งชาติของโปแลนด์จับกุมพลเมืองสัญชาติจีนและโปแลนด์ ฐานต้องสงสัยร่วมกันเป็น “จารชน” โดยมีการเปิดเผยชื่อของพลเมืองสัญชาติจีนว่านายหวัง เหว่ยจิง มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานหัวเว่ยในโปแลนด์ ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ “วิตกกังวล” ต่อสถานภาพของพลเมืองซึ่งถูกจับกุม ส่วนแถลงการณ์ของหัวเว่ยยืนยันว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายของทุกประเทศที่เข้าไปตั้งสำนักงาน “อย่างเคร่งครัด”.