จีนยืนยันจะไม่เปลี่ยนจุดยืนเรื่องไต้หวันเป็นของจีนและโลกจะรับรองเพียงว่ามีจีนเดียวเท่านั้น หลังจากประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินและพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือดีพีพี (DPP) ชนะเลือกตั้งไต้หวันวานนี้ ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัยและยังสามารถครองเสียงข้างมากในสภา

กระทรวงต่างประเทศจีนแถลงวันนี้ว่า ไต้หวันเป็นเรื่องกิจการภายในของจีน ไม่ว่าสถานการณ์ภายในของไต้หวันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ว่าโลกนี้มีเพียงจีนเดียวและไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจีนจะไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนที่ยึดมั่นต่อหลักการจีนเดียวและคัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน ขณะที่มติเอกฉันท์สากลของประชาคมโลกที่ยึดมั่นต่อหลักการจีนเดียวก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน จีนหวังว่า โลกจะเข้าใจและสนับสนุนเหตุผลอันชอบธรรมของประชาชนจีนที่คัดค้านการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวและทำให้การรวมชาติเป็นจริง ด้านสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแถลงเมื่อวานนี้ว่า จะมุ่งมั่นส่งเสริมหลักการหนึ่งประเทศสองระบบกับไต้หวัน เป็นหลักการที่จีนใช้ปกครองฮ่องกงหลังกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของจีนในปี 2540 แต่นางไช่คัดค้านอย่างแข็งขัน

นางไช่ วัย 63 ปี กล่าวเมื่อวานนี้หลังจากเห็นชัยชนะชัดเจน เรียกร้องขอฟื้นการเจรจากับจีน หวังว่าจีนจะเข้าใจไต้หวัน และขอบอกว่าชาวไต้หวันจะไม่ยอมให้แก่การข่มขู่ การเลือกตั้งเมื่อวานนี้มีทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติ นางไช่ได้ครองตำแหน่งประธานาธิบดีวาระ 4 ปีเป็นสมัยที่สองได้ 8,170,231 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 57.1 ทิ้งขาดนายหาน กั๋วอวี๋ จากพรรคก๊กมินตั๋งที่ได้ 5,522,119 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 38.6 และนายเจมส์ ซ่ง จากพรรคประชาชนมาก่อนหรือพีเอฟพี (PFP) ที่ได้ 608,590 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 4.3 ส่วนผลการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ 113 ที่นั่ง พรรคดีพีพีได้ 61 ที่นั่ง ลดลง 7 ที่นั่งจากการเลือกตั้งปี 2559 พรรคก๊กมินตั๋งได้ 38 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 3 ที่นั่ง พรรคประชาชนไต้หวันที่เพิ่งตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อนได้ 5 ที่นั่ง พรรคพลังใหม่ได้ 3 ที่นั่ง ลดลง 2 ที่นั่ง พรรคสร้างรัฐไต้หวันที่ตั้งขึ้นหลังการเลือกตั้งครั้งก่อนได้ 1 ที่นั่ง พรรคพีเอฟพีเสียที่นั่งเดิมหมดทั้ง 3 ที่นั่ง และผู้สมัครอิสระได้ 5 ที่นั่ง